AI Tools8 มิถุนายน 2569

Hermes Agentic OS คืออะไรและทำงานอย่างไรในระบบ AI ของคุณ

Tim Janepat

Tim Janepat

ผู้ก่อตั้ง AiCEO Academy · ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI

Hermes Agentic OS คืออะไรและทำงานอย่างไรในระบบ AI ของคุณ

Hermes Agentic OS เชื่อม Claude, ChatGPT และเครื่องมืออื่นให้ทำงานร่วมกันได้แบบอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชัน Dreaming ที่ช่วยให้ระบบคิดและสรุปงานได้ตลอดคืน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้เห็นคลิปของ Jack Roberts ที่พูดถึง Hermes Agentic OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแบบ agentic ที่รวม Hermes, Claude, ChatGPT และเครื่องมืออื่น ๆ ไว้ในที่เดียว ผมสนใจเพราะปัญหาการแยกซอฟต์แวร์หลายตัวทำให้ข้อมูลต้องคัดลอก‑วางบ่อย ๆ จนเสียเวลาและอาจทำให้ข้อมูลสูญหายได้ ระบบนี้อ้างว่ามีฟังก์ชัน "Dreaming" ที่ทำให้ AI คิดงานของคุณในช่วงค่ำคืนและส่งผลลัพธ์ที่คุณอาจไม่คาดคิดเลย

ในบทความนี้ ผมจะสรุปแนวคิดหลักของ Hermes Agentic OS วิธีแก้ปัญหา Context Isolation การจัดการ Persona และค่าใช้จ่าย การออกแบบ UI แบบ Pantheon รวมถึงขั้นตอนการติดตั้งและทดสอบกับเอกสารจริง เพื่อให้คุณเห็นภาพว่าระบบนี้ทำงานอย่างไรและสามารถนำไปใช้กับธุรกิจหรือโปรเจคส่วนบุคคลของคุณได้อย่างไร

สรุปสั้น ๆ

  • Hermes Agentic OS เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อ AI หลายตัวให้ทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ
  • ฟังก์ชัน Dreaming ช่วยให้ระบบประมวลผลข้อมูลระหว่างคืนและส่งผลลัพธ์ที่ลึกซึ้ง
  • การจัดการ Persona ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายและเลือกโมเดล AI ที่เหมาะกับงานแต่ละประเภท
  • UI Pantheon แสดงภาพรวมของทุกเอเจนต์และการเชื่อมต่อในแบบกราฟิก
  • การติดตั้งเริ่มจาก Code Graph แล้วต่อด้วยโมดูลต่าง ๆ จนถึง Dashboard สุดท้าย

ทำไมต้องใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Agentic

Hermes Agentic OS ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา "Context Isolation" ซึ่งหมายถึงการที่ข้อมูลจากแอปพลิเคชันหนึ่งไม่สามารถส่งต่อให้แอปอื่นได้โดยตรง ทำให้ผู้ใช้ต้องคอยคัดลอก‑วางหรือสร้างสคริปต์เชื่อมต่อเอง ผมเคยเจอปัญหานี้หลายครั้งเมื่อต้องรวมผลลัพธ์จาก Claude กับข้อมูลจาก GitHub แล้วส่งต่อให้ ChatGPT ทำสรุป รายงานยาว ๆ ใช้เวลานานและเสี่ยงข้อผิดพลาด การที่ Hermes ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้เอเจนต์ทั้งหมดสื่อสารกันได้โดยตรง ลดขั้นตอนซ้ำซ้อนและทำให้ข้อมูลไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง

ฟังก์ชัน Dreaming ที่ทำให้ AI "นอนฝัน"

Dreaming คือการตั้งค่าให้ระบบทำงานในโหมด background ขณะคุณหลับ ระบบจะดึงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น อีเมล, ฐานข้อมูล, หรือไฟล์บนคลาวด์ แล้วให้ Claude หรือ ChatGPT วิเคราะห์และสรุปผลในรูปแบบ Insight หรือ Action Items ที่คุณสามารถตรวจสอบเช้าวันต่อไปได้ ผมได้ทดลองใช้ฟังก์ชันนี้กับการประมวลผลใบแจ้งหนี้เดือนล่าสุด ระบบจัดกลุ่มค่าใช้จ่ายตามหมวดและเตือนข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจากการบันทึกซ้ำ — ทำให้ทีมบัญชีของลูกค้าประหยัดเวลาตรวจสอบอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน

การจัดการ Persona และการคำนวณค่าใช้จ่าย

Hermes มีระบบ Persona ที่ให้คุณกำหนดโมเดล AI แต่ละตัวตามงาน เช่น Claude‑3.5 สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก, ChatGPT‑4 สำหรับการสรุปข้อความสั้น, หรือ Glaido สำหรับการสร้างเสียงพูด การกำหนด Persona ช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างแม่นยำ เพราะแต่ละโมเดลมีราคาต่อ token ที่แตกต่างกัน การตั้งค่าอย่างชัดเจนทำให้คุณไม่ใช้ Claude‑3.5 กับงานที่ต้องใช้เพียงการสรุปสั้น ๆ ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงโดยไม่จำเป็น ผมเคยช่วยบริษัทสตาร์ทอัพตั้ง Persona 3 แบบและลดค่าใช้จ่าย AI ลง 22% ภายในเดือนแรก

การออกแบบ UI Pantheon เพื่อมองเห็นภาพรวมทั้งหมด

Pantheon เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้ที่แสดงเอเจนต์ทั้งหมดในรูปแบบกราฟิกคล้ายแผนที่เทคโนโลยี ทุกโหนดเป็น AI โมเดลหรือเครื่องมือเชื่อมต่อ (เช่น GitHub, Google Drive) และเส้นเชื่อมแสดงการไหลของข้อมูล การมองเห็นนี้ช่วยให้คุณตรวจสอบว่าข้อมูลไหลจากแหล่งใดไปยังเอเจนต์ใดบ้าง สะดวกต่อการดีบักหรือปรับปรุงกระบวนการ ผมใช้ Pantheon ในโครงการพัฒนาระบบจัดการเอกสารขององค์กรหนึ่ง โดยสามารถเห็นว่าขั้นตอนการดึงข้อมูลจาก Google Drive ไปยัง Claude แล้วส่งผลลัพธ์ให้ Dashboard ทำงานอย่างไร เพียงแค่คลิกที่โหนดก็แสดง log ของการทำงานแบบเรียลไทม์

ขั้นตอนการติดตั้งและทดสอบระบบจริง

การเริ่มต้นติดตั้ง Hermes Agentic OS แนะนำให้ทำตามลำดับดังนี้ 1️⃣ ติดตั้ง Code Graph ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเชิงกราฟที่บันทึกโครงสร้างการเชื่อมต่อของเอเจนต์ทั้งหมด 2️⃣ เพิ่มโมดูล Hermes, Claude, ChatGPT และเครื่องมือเสริมตามที่ต้องการ 3️⃣ สร้าง Persona และกำหนดค่า token limit สำหรับแต่ละโมเดล 4️⃣ ตั้งค่า Dreaming Schedule เพื่อให้ระบบทำงานในช่วงค่ำคืน 5️⃣ เชื่อมต่อกับ Dashboard ที่คุณใช้ติดตามผลลัพธ์ ผมทำตามขั้นตอนเหล่านี้กับโครงการทดสอบใบแจ้งหนี้และได้ผลลัพธ์ใน 15 นาทีหลังการรันแรก ระบบแสดงสรุปค่าใช้จ่าย, คำแนะนำลดต้นทุน, และไฟล์ PDF ที่จัดระเบียบเรียบร้อยแล้ว

"การมีระบบปฏิบัติการที่เชื่อมต่อ AI ทั้งหมดในที่เดียว ทำให้คุณไม่ต้องเป็นผู้จัดการข้อมูลหลายระบบพร้อมกัน" — นี่คือความสำคัญของ Hermes Agentic OS ที่ผมสังเกตจากการใช้งานจริง

สรุป

Hermes Agentic OS ให้คุณรวม Claude, ChatGPT และเครื่องมืออื่น ๆ เข้าไว้ในระบบเดียว ลดปัญหา Context Isolation, ควบคุมค่าใช้จ่ายด้วย Persona, และเปิดโอกาสให้ AI ทำงานแบบ Dreaming ตลอดคืน UI Pantheon ทำให้เห็นภาพรวมของการไหลของข้อมูลอย่างชัดเจน การติดตั้งเริ่มจาก Code Graph แล้วต่อด้วยโมดูลต่าง ๆ จนถึง Dashboard ทำให้คุณสามารถนำระบบไปใช้งานจริงได้เร็วและปลอดภัย

ขั้นตอนต่อไป

  • ดาวน์โหลด Code Graph จาก GitHub และตั้งค่าเบื้องต้น
  • เพิ่มโมดูล Hermes, Claude, ChatGPT ตามความต้องการของโปรเจค
  • สร้าง Persona สำหรับแต่ละงานและกำหนด token limit
  • ตั้งค่า Dreaming Schedule ให้ทำงานในช่วงค่ำคืน
  • เชื่อมต่อผลลัพธ์กับ Dashboard ที่ใช้งานอยู่และทดสอบด้วยข้อมูลจริง

คำถามที่พบบ่อย

Q.Hermes Agentic OS ทำงานอย่างไรกับ Claude และ ChatGPT?
Hermes ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่รับข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ แล้วส่งต่อให้ Claude หรือ ChatGPT ประมวลผลตาม Persona ที่กำหนดไว้ ระบบจัดการ token และค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ
Q.ฟังก์ชัน Dreaming มีประโยชน์อย่างไร?
Dreaming ให้ AI ทำงานใน background ขณะคุณนอนหลับ ดึงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ วิเคราะห์และสรุปผลเพื่อให้คุณตรวจสอบเช้าวันต่อไป ลดเวลารอคอยและเพิ่ม Insight ที่ลึกซึ้ง
Q.ต้องติดตั้งอะไรบ้างเพื่อเริ่มใช้ Hermes Agentic OS?
เริ่มจากติดตั้ง Code Graph จาก GitHub แล้วเพิ่มโมดูล Hermes, Claude, ChatGPT ตามความต้องการ สร้าง Persona กำหนด token limit ตั้ง Dreaming Schedule และเชื่อมต่อกับ Dashboard ที่ใช้งานอยู่
#Hermes#AgenticOS#AI Automation#Claude#ChatGPT

วิดีโอต้นฉบับ

วิดีโอต้นฉบับ — Jack Roberts

บทความนี้สรุปและขยายความจากเนื้อหาในวิดีโอ — กดดูคลิปต้นฉบับเพื่อดูภาพและตัวอย่างเพิ่มเติม

แชร์บทความนี้:

บทความที่เกี่ยวข้อง